การแปรรูปผู้ถือหุ้นตลาดหลักทรัพย์

ปัญหาของตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ผ่านมาก็คือ ตลาดหลักทรัพย์ไทยเคลื่อนไหวไม่ทันกับตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เคลื่อนไหวเร็ว เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ไทยยังไม่เป็นเอกชนและโครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่แน่ชัด ทั้งรัฐบาล บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ Broker Seat และบริษัทจดทะเบียนล้วนมีส่วนเรียกร้องความเป็นเจ้าของ

ตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันและเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการแข่งขันและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป โดยการทำ Demutualization และ List จดทะเบียนตัวเองในตลาดหลักทรัพย์ การเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่ได้ทำเพราะต้องการเงินลงทุน แต่ทำเพราะต้องการให้มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการตลาดหลักทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและมีบรรษัทภิบาลที่ดี โดยจากหลักฐานของตลาดหลักทรัพย์ในหลายประเทศที่ทำการแปรรูปและทำการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นในลักษณะดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การเป็นบริษัทจดทะเบียนมหาชนจะทำให้ตลาดหลักทรัพย์มีความโปร่งใสเพิ่มขึ้น มีภาพพจน์ที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นมากขึ้น ในขณะที่ความรับผิดชอบต่อสังคมก็จะเพิ่มขึ้น (Corporate Social Responsibility) เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์จะเป็นของนักลงทุนภายนอกและนักลงทุนทั่วไปมากขึ้น

การแปรรูปผู้ถือหุ้นตลาดหลักทรัพย์หรือ Demutualization และจดทะเบียนตนเองในตลาดหุ้นจะทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นตัวอย่างที่ดีต่อบริษัทอื่นให้เข้ามาจดทะเบียนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการที่รัฐเป็นเจ้าของหรือรัฐวิสาหกิจที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องการให้เข้ามาจดทะเบียน หากตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่ยอม Demutualize Corporatize และ List ตัวเองในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว จะไปเชิญชวนให้รัฐวิสาหกิจเชื่อและทำตามได้อย่างไร การ List ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะในตลาดตนเองหรือในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศจะทำให้ภาพพจน์โดยรวมของตลาดดีขึ้น โครงสร้างผู้ถือหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะเหมาะสมกับการทำธุรกิจมากขึ้น มีประสิทธิภาพและมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น จะทำให้ต่างชาติมั่นใจในตลาดหุ้นไทยมากขึ้นและส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนโดยทั่วไปดีขึ้น และท้ายที่สุดทำให้สัดส่วนราคาต่อผลกำไรหรือ P-E Ratio ของตลาดดีขึ้น ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดจากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก 12 แห่งที่ผ่านกระบวนการ Demutualization นอกจากนั้นตลาดหลักทรัพย์ไทยในรูปบริษัทเอกชนจะเพิ่มโอกาสในการเป็นหุ้นส่วนหรือพันธมิตรกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ เพื่อสร้าง Synergy และดึงดูด Trading Volume หรือปริมาณการซื้อขายจากต่างประเทศ รวมทั้งดึงดูดบริษัทจดทะเบียนจากต่างประเทศให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยและรักษาบริษัทไทยไม่ให้ไปจดทะเบียนที่ตลาดต่างประเทศ