พอร์ตลงทุนแบบไหนที่เหมาะสมกับตัวเรา

เมื่อสำรวจความพร้อมทางการเงินและกำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนแล้วก็ได้เวลาจัดพอร์ตการลงทุนให้มีการกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ
เช่น หุ้น ตราสารหนี้ เงินฝากธนาคาร ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยจัดการความเสี่ยงในการลงทุนได้ ลองค้นหาตัวเองว่า พอร์ตลงทุนแบบไหนที่เหมาะสมกับตัวเรา

รูปแบบการฝากเงินในธนาคารเพียงอย่างเดียวทำให้เงินโตช้า เราจึงควรหาวิธีเร่งการเติบโตเงินในกระเป๋า ด้วยการแบ่งเงินเพื่อลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์หลายๆ ประเภท เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนให้เป็นไปตามที่คาดหวัง ผ่านการลงทุนในทรัพย์สิน 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. กลุ่มสินทรัพย์เพื่อถือระยะสั้น สามารถออกตัวง่าย แต่ไม่ได้ดอกเบี้ยเป็นกอบเป็นกำ (ประมาณ 1%)มีไว้ใช้จ่ายประจำวันและกรณีฉุกเฉินต่างๆ ได้แก่ เงินฝากออมทรัพย์ หรือสินทรัพย์คล้ายเงินฝาก เช่นกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น กลุ่มสินทรัพย์เหล่านี้มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในบรรดากลุ่มสินทรัพย์ทั้ง 3 กลุ่ม

2. กลุ่มสินทรัพย์เพื่อกระแสรายได้ ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอ ได้แก่ เงินฝากประจำ พันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวมตราสารหนี้ เป็นต้น กลุ่มสินทรัพย์เหล่านี้มีความเสี่ยงปานกลาง

3. กลุ่มสินทรัพย์เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุน เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว (อาจให้ผลตอบแทนมากกว่า 5%) เช่น หุ้น กองทุนรวมหุ้น ETF เป็นต้น กลุ่มสินทรัพย์เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงสุดในบรรดากลุ่มสินทรัพย์ทั้ง 3 กลุ่ม

ข้อสำคัญ คือ ทุกคนควรลงทุนในสินทรัพย์ทั้ง 3 กลุ่ม โดยมีสัดส่วนในแต่ละกลุ่มมากน้อยแตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้และระดับผลตอบแทนที่คาดหวังตามเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้ สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อยควรลงทุนใน “กลุ่มสินทรัพย์เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุน” ในสัดส่วนน้อย
ส่วนคนที่รับความเสี่ยงได้มากควรลงทุนใน “กลุ่มสินทรัพย์เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุน” ในสัดส่วนที่มาก